เรายังคงเดินหน้าลงทุนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าในช่องทางการค้าที่มีการเติบโตสูงดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความยืดหยุ่น พร้อมเชื่อมต่อกับเครือข่ายบริการครบวงจรระดับโลกของเรา
นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำ:
📍เถาหยวน: เปิดตัวศูนย์โลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เราได้ประกาศเปิดศูนย์โลจิสติกส์นานาชาติเถาหยวน (TILC) ซึ่งเป็นศูนย์โลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขยายเครือข่ายการดำเนินงานของเราในไต้หวัน
เหตุใดลูกค้าของเราจึงชื่นชอบบริการนี้:
⚙️ ความเร็วในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นสูงสุด 40% ด้วยระบบอัตโนมัติขั้นสูง
📦 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บด้วยการขยายความจุของคลังสินค้า
🤖 อัตราความผิดพลาดในการหยิบสินค้าใกล้เป็นศูนย์ด้วยระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ
📍อินชอน: ขยายขีดความสามารถของศูนย์กระจายสินค้าเพื่อรองรับการค้าให้เคลื่อนตัวไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เราได้ดำเนินการขยายศูนย์กระจายสินค้าที่สนามบินอินชอนในเกาหลีใต้ของเรา ครั้งใหญ่ โดยเพิ่มขนาดมากกว่าสี่เท่า พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินพิธีการนำเข้าด้วยระบบคัดแยกอัตโนมัติขั้นสูง
เหตุใดลูกค้าของเราจึงชื่นชอบบริการนี้:
🚀 บริการจัดส่งภายในวันทำการถัดไปสำหรับสินค้านำเข้าจากเอเชียแปซิฟิก
🌍 บริการจัดส่งสินค้านำเข้าจากยุโรปภายในสองวัน
⚡ รองรับการจัดส่งภายในวันเดียวกันถึงเขตมหานครโซลได้เมื่อสินค้าเดินทางมาถึง
🌡️รองรับการขนส่งสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพที่ไวต่ออุณหภูมิ ผ่านสภาพแวดล้อมควบคุมอุณหภูมิในช่วง -20°C ถึง 25°C (-4°F ถึง 77°F)
📍ฮ่องกง: พัฒนาศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเอเชียแปซิฟิก
เราได้เริ่มก่อสร้างศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศ UPS ของเราในฮ่องกง ศูนย์แห่งนี้จะมีกำหนดเปิดในปี 2028 และจะเป็นฮับที่ทำงานระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ใหญ่ที่สุดของเราในภูมิภาค กล่าวคือจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมพื้นที่ก่อสร้างมากกว่า 50,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 12 บล็อกของเมือง
เหตุใดลูกค้าของเราจึงชื่นชอบบริการนี้:
⚙️ เทคโนโลยีคัดแยกและสแกนอัตโนมัติที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มความเร็วและความแม่นยำ
🌍 ยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา สำหรับการนำเข้า ส่งออก และการขนถ่ายสินค้า
📦 เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณสินค้าเกือบ 1 ล้านตันต่อปี เพื่อสนับสนุนการเติบโตของการค้าโลก

“เอเชียแปซิฟิกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตของการค้าโลกและเรากำลังลงทุนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวอย่างตรงจุดเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สร้างความยืดหยุ่น และแข่งขันได้อย่างมั่นใจท่ามกลางภูมิทัศน์การค้าที่กำลังเปลี่ยนแปลง” Wilfredo Ramos ประธาน UPS ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว “การเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายแบบครบวงจรที่ลูกค้าของเราไว้วางใจส่งผลให้เกิดความยืดหยุ่นที่มากขึ้น การผ่านพิธีการและการจัดส่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ตลอดจนโซลูชันที่เชื่อถือได้มากขึ้นสำหรับการขนส่งสินค้าที่ต้องควบคุมเวลาและอุณหภูมิ”
รายละเอียดเจาะลึก: เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ UPS ช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอรับคำปรึกษาเสมือนจริงฟรี 15 นาทีกับผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ของ UPS เพื่อสำรวจโซลูชันด้านการขนส่งที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ