เทคโนโลยีการตรวจจับ RFID ของ UPS กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มอบการมองเห็นและความน่าเชื่อถือของพัสดุในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนให้แก่ลูกค้า

การเปิดตัวเทคโนโลยี RFID ที่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญนี้นับเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ขณะที่ UPS กำลังลงทุนในเครือข่ายแห่งอนาคต
ชายคนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์มือถือที่แสดงข้อมูลการติดตามพัสดุ ชายคนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์มือถือที่แสดงข้อมูลการติดตามพัสดุ ชายคนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์มือถือที่แสดงข้อมูลการติดตามพัสดุ

แอตแลนตา 14 เมษายน 2569  UPS (NYSE: UPS) กำลังทยอยนำเทคโนโลยีการตรวจจับพัสดุด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFID) มาใช้ในเครือข่ายการขนส่งพัสดุขนาดเล็กทั่วสหรัฐฯ เพื่อมอบการมองเห็นและความน่าเชื่อถือในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนให้แก่ลูกค้าทุกขนาดธุรกิจ ปัจจุบัน เทคโนโลยีเซนเซอร์ RFID ถูกติดตั้งในรถส่งพัสดุของ UPS ทุกคันในสหรัฐฯ ในศูนย์ปฏิบัติการและสถานที่จัดส่งของบริษัททั่วประเทศ รวมถึงในทุกพัสดุที่ถูกส่งผ่านสาขา The UPS Store® กว่า 5,500 แห่ง รวมถึงการส่งคืนสินค้าของลูกค้าด้วย 

UPS เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่รายแรกที่นำเทคโนโลยี RFID มาใช้อย่างแพร่หลายทั่วทั้งเครือข่ายแบบบูรณาการของตน 

ประกาศในวันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ UPS ในการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยี RFID โดยต่อยอดจากการลงทุนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้ใช้ไปแล้วในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน 

“เรากำลังทำให้ห่วงโซ่อุปทานของลูกค้าตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ด้วย RFID ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามได้อย่างแม่นยำ ให้ข้อมูลเชิงลึกที่เร็วขึ้น สร้างเครือข่ายที่ฉลาดขึ้น และพัสดุที่ฉลาดขึ้น” Matt Guffey รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์และกลยุทธ์ กล่าว “นี่คือความก้าวหน้าด้านการมองเห็นที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษของ UPS และของอุตสาหกรรมของเรา”  

เทคโนโลยีการสแกนเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์มาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดย UPS เป็นผู้นำในการนำความสามารถด้านการสแกนมาไว้ในมือของคนขับรถโดยตรง ขณะนี้ บริษัทกำลังก้าวจาก “การสแกน” ไปสู่ “การตรวจจับ” ซึ่งเป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติของความมุ่งมั่นของ UPS ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ลูกค้าผ่านเทคโนโลยี ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่ไม่มีใครเทียบได้สำหรับลูกค้า UPS

Guffey กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วย RFID ที่ฝังอยู่ในฉลาก บนยานพาหนะของเรา และในพื้นที่โหลดสินค้า ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการมองเห็นที่ชัดเจนตลอดกระบวนการขนส่ง ตั้งแต่การรับพัสดุจนถึงการส่งมอบ โดยไม่จำเป็นต้องสแกนด้วยมือ ผลลัพธ์คือการพาณิชย์ที่ชาญฉลาดและคาดการณ์ได้มากขึ้น”

การจัดการความซับซ้อนให้แก่ลูกค้า  

เทคโนโลยี RFID มอบประโยชน์ที่มีนัยสำคัญให้แก่ลูกค้า UPS โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหรือจำเป็นต้องลงทุนในระบบใหม่แต่อย่างใด UPS เป็นผู้จัดการความซับซ้อนทั้งหมดอยู่เบื้องหลัง ทำให้การมองเห็นขั้นสูงเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน: 

  • การตรวจจับ RFID ณ จุดรับพัสดุช่วยยืนยันว่าพัสดุถูกรับขึ้นแล้วและอยู่ในความครอบครองของ UPS ไม่มีผู้ให้บริการขนส่งรายใดสามารถมอบการรับประกันในลักษณะนี้ได้ครอบคลุมทั้งเครือข่ายในสหรัฐฯ ของตน

  • พัสดุจะถูกตรวจจับโดยอัตโนมัติเมื่อเคลื่อนผ่านเครือข่าย และลูกค้าจะได้รับความโปร่งใสที่มากขึ้นเกี่ยวกับตำแหน่งของพัสดุและความคืบหน้าในการจัดส่ง  

  • ด้วยข้อมูลที่มากขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น UPS สามารถตอบสนองได้รวดเร็วขึ้นเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เช่น สภาพอากาศ หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดอื่น ๆ  

RFID ถูกใช้งานทุกวันที่ UPS โดยรองรับพัสดุนับล้านชิ้น และมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดส่งในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนให้แก่ลูกค้า   

เกี่ยวกับ UPS 

UPS (NYSE: UPS) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่มีรายได้สูงถึง $88.7 พันล้านในปี 2025 และให้บริการโซลูชั่นโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในกว่า 200 ประเทศและเขตพื้นที่ การมุ่งเน้นไปที่แถลงการณ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของบริษัท นั่นก็คือ “การขับเคลื่อนโลกของเราไปข้างหน้าด้วยการส่งมอบสิ่งที่สำคัญ” พนักงานของบริษัทประมาณ 460,000 คนต่างก็ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติตามกลยุทธ์ที่เป็นคำแถลงที่เรียบง่ายแต่นำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ: ลูกค้าต้องมาก่อน นำโดยบุคลากร ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม UPS มุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนต่างๆ ที่เราให้บริการในทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ups.com, about.ups.com และ investors.ups.com

Powered by Translations.com GlobalLink OneLink Software