UPS เดินหน้ายกระดับบริการในไต้หวันใต้ เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่ในเกาสง

ศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่ในเกาสง ช่วยให้ UPS สามารถขยายเวลาตัดรอบรับพัสดุได้ดึกขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคที่สำคัญต่าง ๆ
1440x752px-dHero-Kaohsiung.jpg 768x760px-tablet-Kaohsiung.jpg 1023x960px-mHero-Kaohsiung.jpg
  • ศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่ในเกาสง ช่วยให้ UPS สามารถขยายเวลาตัดรอบรับพัสดุได้ดึกขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคที่สำคัญต่าง ๆ
  • การลงทุนล่าสุดของ UPS ในเครือข่ายในไต้หวัน เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้าในระยะยาว

เกาสง ไต้หวัน 9 กรกฎาคม 2569 – ในฐานะผู้นำด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานระดับโลก UPS (NYSE: UPS) ได้ประกาศเปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่ในเมือเกาสง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับบริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศระดับพรีเมียมในพื้นที่ทางตอนใต้ของไต้หวัน

ศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่นี้เปิดตัวด้วยพื้นที่และขีดความสามารถในการรองรับพัสดุที่เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว สำหรับการดำเนินงานของ UPS ในพื้นที่ตอนใต้ของไต้หวัน ศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในเขตหนานจื่อ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของ UPS ที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรมกังซัน เขตอุตสาหกรรมกังซานเปินโจว เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหนานจื่อ และนิคมอุตสาหกรรมเหรินอู่ สามารถเข้าถึงเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกแบบครบวงจรของ UPS ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งให้บริการครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและเขตพื้นที่ทั่วโลก

ลูกค้าของ UPS ในเขตพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในยุทธศาสตร์พื้นที่ระเบียงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางตอนใต้ของไต้หวัน (Greater Southern Silicon Valley) ของรัฐบาลไต้หวัน ยังจะได้รับประโยชน์จากการขยายเวลาตัดรอบรับพัสดุขาออกให้ดึกขึ้นถึง 3 ชั่วโมง สำหรับการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

“เมื่อเราคุยกับผู้ประกอบการต่าง ๆ ส่วนใหญ่บอกว่าพวกเขาต้องการเวลาที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน อยากได้เวลาและความยืดหยุ่นที่มากขึ้นในการจัดการกับคำสั่งซื้อ จัดเตรียมรายการพัสดุจัดส่ง และส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าได้ไกลกว่าเดิม และการขยายเวลาตัดรอบรับพัสดุให้ดึกขึ้นนี้คือสิ่งที่คุณจะได้จากศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่ของ UPS ในเกาสง” Sam Hung กรรมการผู้จัดการของ UPS ไต้หวัน กล่าว

“ไต้หวันคือศูนย์กลางระดับโลกด้านนวัตกรรมไฮเทค นอกจากศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลัก ๆ ทางตอนเหนือที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีแล้ว ปัจจุบันหลาย ๆ บริษัทกำลังหลั่งไหลเข้ามาขยายฐานธุรกิจในทางตอนใต้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่และรอบ ๆ เมืองเกาสง UPS พร้อมแล้วที่จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับทุกการเติบโต และมั่นใจว่าเราจะช่วยให้ลูกค้าของเราเข้าถึงการเชื่อมต่อระดับโลกที่จำเป็น เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”

ทางด้าน Tai-Hsiang Liao ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจ เทศบาลนครเกาสง กล่าวว่า “ปัจจุบันเกาสงกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างจริงจังผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระเบียงเศรษฐกิจเซมิคอนดักเตอร์ภาคใต้ การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม AI และการผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ความพยายามทั้งหมดนี้เป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้บริษัทชั้นนำระดับโลกตัดสินใจเข้ามาลงทุนในเกาสง พร้อมทั้งเปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างแท้จริง

“ศูนย์บริการของ UPS ในเกาสงแห่งนี้ ถูกจัดวางตำแหน่งมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทคและกลุ่มลูกค้าในระบบห่วงโซ่อุปทานในเขตกังซาน หนานจื่อ เหรินอู่ รวมถึงพื้นที่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตขั้นสูง และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และการเปิดศูนย์บริการในเกาสงครั้งนี้ จะช่วยเติมเต็มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงในพื้นที่ภาคใต้ของไต้หวัน” Liao กล่าวทิ้งท้าย

“ด้วยเวลาการรับพัสดุที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ศูนย์แห่งนี้จะช่วยให้กลุ่มอุตสาหกรรมในท้องถิ่นสามารถเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงไปยังตลาดสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำและเสริมความแข็งแกร่งให้กับบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของเกาสงในห่วงโซ่อุปทานระดับไฮเอนด์ของโลก” การลงทุนอย่างต่อเนื่องของ UPS ในเกาสง ไม่เพียงแต่เป็นการยอมรับในศักยภาพด้านการยกระดับอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ยอดเยี่ยมของเมืองนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงเกาสงเข้ากับระบบการค้าโลกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย”

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังของไต้หวันระบุว่า สหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยมีสัดส่วนคิดเป็นมากกว่า 32% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดในช่วงสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากสัดส่วน 31% ในปี 2025 UPS พร้อมให้บริการโซลูชันด้านโลจิสติกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร แก่ภาคธุรกิจในไต้หวัน โดยสามารถจัดส่งสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วสูงสุดภายในเวลาเพียง 1 วันทำการเท่านั้น

“เราส่งมอบโซลูชันสตอเรจและหน่วยความจำเกรดอุตสาหกรรม สำหรับการใช้งานในภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ให้กับลูกค้าทั่วโลก โดยให้บริการครอบคลุมในหลายภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจการดูแลสุขภาพ และการคมนาคมขนส่ง” Mike Tu ผู้จัดการทั่วไปประจำสาขา STSP ของบริษัท ATP Electronics Taiwan Inc. กล่าว

“ลูกค้าของเราให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการส่งมอบสินค้าตามข้อตกลง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งรักษาความเสถียรและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเอาไว้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง เครือข่ายระดับโลกของ UPS และระบบการติดตามสถานะพัสดุแบบครบวงจร ช่วยให้เราสามารถควบคุมและติดตามความคืบหน้าของการจัดส่งได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น” เขากล่าวเสริม

“ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของเราเป็นอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงและเป็นชิ้นส่วนเฉพาะทาง ซึ่งบ่อยครั้งจำเป็นต้องจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าและพันธมิตรคู่ค้าภายในกรอบเวลาที่กระชั้นชิดและเข้มงวดอย่างยิ่ง” Larry Huang ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท Kolead Aerospace Co., Ltd. กล่าว

“สำหรับเราแล้ว โลจิสติกส์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขนส่งพัสดุจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเท่านั้น แต่มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำหนดการดำเนินงานของโครงการ การส่งมอบอุปกรณ์ ตลอดจนข้อผูกพันและพันธสัญญาที่เรามีให้ไว้กับลูกค้า และในขณะที่เรากำลังเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เครือข่ายระดับโลกที่เชื่อถือได้และการสนับสนุนอย่างมืออาชีพจาก UPS ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราในการออกไปคว้าโอกาสใหม่ๆ และพร้อมรองรับการเติบโตของเราในอนาคต”

การลงทุนในครั้งนี้นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของ UPS ในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายบริการในไต้หวัน เพื่อเดินหน้าสนับสนุนให้คู่ค้าและลูกค้าสามารถเติบโต ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีระดับโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในปีนี้ UPS ได้เปิดตัวศูนย์โลจิสติกส์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ เมืองเถาหยวน ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติขั้นสูง พร้อมด้วยโซลูชันคลังสินค้าและการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ทันสมัยที่สุด เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มผลผลิต ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับ UPS

UPS (NYSE: UPS) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่มีรายได้สูงถึง $88.7 พันล้านในปี 2025 และให้บริการโซลูชั่นโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในกว่า 200 ประเทศและเขตพื้นที่ การมุ่งเน้นไปที่แถลงการณ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของบริษัท นั่นก็คือ “การขับเคลื่อนโลกของเราไปข้างหน้าด้วยการส่งมอบสิ่งที่สำคัญ” พนักงานของบริษัทประมาณ 460,000 คนต่างก็ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติตามกลยุทธ์ที่เป็นคำแถลงที่เรียบง่ายแต่นำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ: ลูกค้าต้องมาก่อน นำโดยบุคลากร ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม UPS มุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนต่างๆ ที่เราให้บริการในทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ups.com, about.ups.com และ investors.ups.com

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

Powered by Translations.com GlobalLink OneLink Software